ฟื้นฟูดูแลผู้ป่วย Stroke 3 ระยะอย่างถูกวิธี โดยศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ บ้านลลิสา เมืองเชียงใหม่

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตและพิการอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ การดูแลผู้ป่วยหลังเกิด Stroke จำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง การฟื้นฟูที่ต่อเนื่อง และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงเดิมมากที่สุด การดูแลผู้ป่วย Stroke แบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่

  1. ระยะเฉียบพลัน (Acute Phase)
  2. ระยะกึ่งเฉียบพลัน (Subacute Phase)
  3. ระยะยาว (Long-term Rehabilitation)

แต่ละระยะมีแนวทางการดูแลที่แตกต่างกัน การเข้าใจแต่ละขั้นตอนจะช่วยให้ครอบครัวสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการรักษาและสถานที่ดูแลที่เหมาะสม เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีบริการฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke อย่างบ้านลลิสา เมืองเชียงใหม่ ที่มีทีมสหวิชาชีพดูแลครบวงจร

บทความนี้จะอธิบายแบบละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่สาเหตุ อาการ การดูแลรายระยะ รวมถึงเหตุผลที่ควรเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการฟื้นฟูที่ปลอดภัยและได้ผลที่สุด

โรค Stroke คืออะไร? ทำไมต้องดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันแรก

Stroke คืออะไร

Stroke หรือโรคหลอดเลือดสมอง คือภาวะที่เลือดไม่สามารถไหลไปเลี้ยงสมองได้ ทำให้เซลล์สมองขาดออกซิเจนและเสียหายอย่างรวดเร็ว หากรักษาช้าเพียงไม่กี่ชั่วโมงอาจส่งผลให้ผู้ป่วยพิการถาวรหรือเสียชีวิตได้

Stroke มี 2 ประเภทหลัก

  • แบบหลอดเลือดตีบ/อุดตัน (Ischemic Stroke) — พบมากที่สุด
  • แบบหลอดเลือดแตก (Hemorrhagic Stroke) — มักรุนแรงและอันตราย

ทำไมการฟื้นฟูต้องเริ่มทันที

สมองมีความสามารถฟื้นตัวได้ดีที่สุดในช่วง 0–6 เดือนแรก หลังเกิด Stroke ดังนั้นการฟื้นฟูที่ถูกต้องในแต่ละระยะ จะช่วย

  • ลดการเกิดภาวะแทรกซ้อน
  • ลดการพิการระยะยาว
  • เพิ่มการกลับมาเดิน พูด หรือดูแลตัวเองได้
  • ลดโอกาสเกิดซ้ำ

การฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke 3 ระยะอย่างถูกวิธี

ระยะที่ 1 – ระยะเฉียบพลัน (Acute Phase)

ช่วงเวลา: 24–72 ชั่วโมงแรกถึง 7 วันแรกหลังเกิด Stroke

ช่วงนี้ถือเป็น “ระยะทอง” ที่ผู้ป่วยต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์โดยใกล้ชิด เพื่อประเมินความรุนแรงและป้องกันภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น สมองบวม การกลืนผิดทาง ปอดอักเสบ หรือแผลกดทับ

จุดประสงค์ของการดูแลระยะเฉียบพลัน

  • ช่วยชีวิตผู้ป่วยให้ปลอดภัย
  • ป้องกันอาการทรุด
  • ควบคุมภาวะแทรกซ้อน
  • เตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟูในระยะต่อไป

การดูแลผู้ป่วย Stroke ในระยะเฉียบพลันควรทำอะไรบ้าง

1. การประเมินทางระบบประสาท (Neurological Assessment)

แพทย์จะใช้คะแนน NIHSS เพื่อตรวจระดับความรุนแรง เช่น แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด การทรงตัวผิดปกติ

2. ควบคุมความดันโลหิต น้ำตาล และออกซิเจน

เพราะความดันที่ไม่คงที่อาจทำให้สมองเสียหายเพิ่ม

3. ประเมินการกลืน

หลายรายกลืนอาหารไม่ได้ หากฝืนกินอาจสำลักและติดเชื้อปอดได้

4. เริ่มการกายภาพเบื้องต้น

แม้ยังนอนโรงพยาบาล ก็ต้องเริ่ม

  • พลิกตัว
  • ฝึกหายใจ
  • ขยับข้อต่างๆ แบบ Passive
    เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อหดเกร็งและเกิดแผลกดทับ

ระยะที่ 2 – ระยะกึ่งเฉียบพลัน (Subacute Phase)

ช่วงเวลา: 1–3 เดือนแรก

นี่คือระยะสำคัญที่สุดของการฟื้นฟู เพราะสมองยังสามารถเรียนรู้และสร้างเส้นใยประสาทใหม่ได้ดี เรียกว่า Neuroplasticity

เป้าหมายการฟื้นฟูในระยะ Subacute

  • กระตุ้นการเคลื่อนไหว (Motor Recovery)
  • ปรับสมดุลการเดิน
  • ฝึกการใช้แขน มือ นิ้ว
  • พัฒนาการพูด การกลืน
  • ลดเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ป้องกันภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

การดูแลผู้ป่วยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ช่วยฟื้นฟูได้อย่างไร

สถานที่อย่างบ้านลลิสาเมืองเชียงใหม่ มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลใกล้ชิด ทำให้การฟื้นฟูเป็นระบบและต่อเนื่องมากกว่าการพักที่บ้าน

การฟื้นฟูประกอบด้วย

1. กายภาพบำบัด (Physical Therapy)

  • ฝึกเดิน
  • ฝึกทรงตัว
  • ยืดกล้ามเนื้อ
  • ลดอาการเกร็ง

2. กิจกรรมบำบัด (Occupational Therapy)

  • ฝึกใช้มือ
  • จับของ
  • ใส่เสื้อผ้า
  • ดูแลตัวเองได้ในชีวิตประจำวัน

3. ฝึกพูดและการกลืน (Speech Therapy)

เหมาะกับผู้ป่วยที่

  • พูดไม่ชัด
  • สำลัก
  • กลืนลำบาก

4. โปรแกรมฟื้นฟูแบบเครื่องมือทันสมัย

เช่น

  • เครื่องลดเกร็ง
  • Robot rehab
  • ระบบฝึกขาไฟฟ้า

ระยะที่ 3 – ระยะยาว (Long-term Rehabilitation)

ช่วงเวลา: มากกว่า 3 เดือนขึ้นไป

ในผู้ป่วยบางราย อาจต้องการการดูแลระยะยาว เพราะอาจเคลื่อนไหวไม่สะดวก หรือไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เต็มที่

เป้าหมายการดูแลระยะยาว

  • รักษาความสามารถที่ฟื้นฟูมาแล้ว
  • ป้องกันความเสื่อมและโรคแทรกซ้อน
  • ปรับตัวเข้ากับการใช้ชีวิตประจำวัน
  • ฟื้นฟูสภาพจิตใจ
  • เสริมกิจกรรมที่สร้างความสุขในผู้สูงอายุ

บทบาทของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในระยะ Long-term

ศูนย์ดูแลที่ดีต้องมี

  • ทีมพยาบาล 24 ชม.
  • นักกายภาพ นักกิจกรรมบำบัด
  • อาหารเหมาะกับโรคเฉพาะ
  • ห้องพักปลอดภัย ผู้สูงอายุใช้ได้ง่าย
  • การติดตามอาการรายวัน
  • ลดภาระคนในครอบครัว

บ้านลลิสา เมืองเชียงใหม่ มีบริการทั้งการดูแลผู้สูงอายุแบบทั่วไป และแบบเฉพาะโรค เช่น Stroke, หลอดเลือดสมอง, อัมพฤกษ์อัมพาต และผู้ป่วยติดเตียง

ทำไมต้องเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในการฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke

1. ความปลอดภัยสูงสุด

มีทีมแพทย์–พยาบาลตรวจคัดกรองอาการเสี่ยง เช่น

  • ไข้
  • แผลกดทับ
  • ปอดอักเสบ
  • ภาวะสำลักอาหาร

2. มีอุปกรณ์ฟื้นฟูครบวงจร

ตั้งแต่เครื่องกายภาพบำบัด เครื่องฝึกเดิน เครื่องลดเกร็ง จนถึงการบริหารแบบรายบุคคล

3. การฟื้นฟูต่อเนื่อง ไม่สะดุด

ต่างจากการให้คนในบ้านดูแลที่อาจขาดความสม่ำเสมอ

4. ลดความเครียดของครอบครัว

ทำให้ลูกหลานมีเวลาไปทำงาน และมั่นใจว่าผู้ป่วยได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

สัญญาณที่ควรพาผู้ป่วยเข้าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

  • ผู้ป่วยขยับตัวลำบาก
  • ต้องดูแล 24 ชม.
  • มีภาวะแทรกซ้อน
  • ผู้ดูแลหลักไม่พร้อม
  • ผู้ป่วยอยู่คนเดียวไม่ได้
  • ต้องการกายภาพต่อเนื่อง

เคล็ดลับฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ให้ได้ผลเร็วที่สุด

1. เริ่มกายภาพเร็วที่สุด

ป้องกันกล้ามเนื้อฝ่อลีบและข้อติด

2. ทำทุกวัน

ความต่อเนื่องคือหัวใจของการฟื้นฟู

3. ไม่บังคับผู้ป่วยจนเจ็บ

การฝืนมากเกินไปอาจทำให้แย่กว่าเดิม

4. ดูแลด้านจิตใจด้วย

ผู้ป่วย Stroke มักรู้สึกท้อ ซึมเศร้า ต้องมีการพูดคุยให้กำลังใจ

5. เลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีความเชี่ยวชาญ

เพื่อให้ฟื้นฟูได้ตรงจุดที่สุด

สรุป – ฟื้นฟู Stroke 3 ระยะ ต้องถูกวิธีและต่อเนื่อง

การฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke แบ่งเป็น 3 ระยะสำคัญ

  • ระยะเฉียบพลัน: เน้นความปลอดภัยและป้องกันอาการทรุด
  • ระยะกึ่งเฉียบพลัน: ฟื้นฟูเต็มรูปแบบ สมองตอบสนองดีที่สุด
  • ระยะยาว: ดูแลต่อเนื่อง ป้องกันเสื่อม

การฟื้นฟูที่ถูกต้องในแต่ละระยะจะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาเคลื่อนไหว พูด หรือใช้ชีวิตได้ดีขึ้นอย่างมีคุณภาพ และการเลือกศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีความพร้อม เช่น บ้านลลิสา เมืองเชียงใหม่ จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด ปลอดภัย และเห็นผลฟื้นฟูได้ดีที่สุด

ผู้สูงวัยก็สุขภาพดีได้ทุกวัน ด้วยกิจกรรมและกายภาพบำบัดที่เหมาะสม

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ หลายคนอาจกังวลเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายที่อ่อนแอลง แต่ความจริงแล้ว ผู้สูงอายุก็สามารถมีสุขภาพแข็งแรงและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขทุกวัน เพียงแค่เลือกกิจกรรมที่เหมาะสม และได้รับการดูแลผ่าน การทำกายภาพบำบัด อย่างถูกวิธี

1. ทำไมการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุถึงสำคัญ?
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุมักมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งด้านร่างกายที่เริ่มเสื่อมถอย ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง และมีโอกาสเกิดโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคข้อเสื่อมมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับปัญหาด้านจิตใจ เช่น ความเหงา วิตกกังวล หรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตโดยรวม

ดังนั้น การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุจึงสำคัญด้วยเหตุผลเหล่านี้

🔹เหตุผลสำคัญ

ช่วยให้ครอบครัวอุ่นใจ – เมื่อผู้สูงวัยได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม คนในครอบครัวก็สบายใจและมั่นใจได้ว่าผู้สูงอายุจะมีชีวิตที่ปลอดภัยและมีความสุข

ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง – การออกกำลังกายและการทำกายภาพบำบัดช่วยให้หัวใจแข็งแรง ควบคุมน้ำหนัก และลดโอกาสการเกิดโรคที่มากับวัย

เพิ่มคุณภาพชีวิต – เมื่อสุขภาพแข็งแรง ผู้สูงอายุจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระ เช่น เดิน ทำกิจกรรม หรือเข้าสังคมได้ด้วยตนเอง

เสริมสร้างสุขภาพจิต – การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นช่วยลดความเหงา คลายความเครียด และทำให้ผู้สูงวัยรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า

ป้องกันการหกล้มและอุบัติเหตุ – การฝึกกายภาพบำบัดช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ลดโอกาสการล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุใหญ่ของการบาดเจ็บในผู้สูงอายุ

2. กิจกรรมเพื่อสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

การมีกิจกรรมประจำวันเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้สูงวัยมีความสุข และยังส่งผลดีต่อร่างกาย

🧘‍♀️ โยคะผู้สูงอายุ : ช่วยยืดเส้น บรรเทาอาการปวดข้อ
🚶‍♂️ เดินช้า ๆ วันละ 20-30 นาที : กระตุ้นการไหลเวียนเลือด
🎶 เต้นบำบัด / ดนตรีบำบัด : สนุกสนาน พร้อมออกกำลังกาย
🌱 ทำสวน ปลูกต้นไม้ : เสริมสมาธิและการเคลื่อนไหวเบา ๆ

3. กายภาพบำบัด ช่วยให้ผู้สูงอายุแข็งแรงขึ้น

หลายครั้งผู้สูงวัยมีอาการเจ็บปวดตามข้อหรือกล้ามเนื้อ กายภาพบำบัดจึงเป็นทางเลือกที่ดี

✅ บรรเทาอาการปวดหลัง ปวดเข่า ปวดไหล่
✅ ฟื้นฟูการเคลื่อนไหวสำหรับผู้ที่มีโรคข้อเสื่อม
✅ เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ลดโอกาสหกล้ม

4. เคล็ดลับดูแลสุขภาพผู้สูงวัยให้แข็งแรงทุกวัน

รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนที่ย่อยง่าย ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และเวลาการเข้านอนให้ตรงเวลา และพักผ่อนอย่างมีคุณภาพ พร้อมมีการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ และต้องมีการร่วมกิจกรรมกับครอบครัว เพื่อให้หัวใจอบอุ่นและสดใสให้กับผู้สูงอายุมากขึ้น

📍้านลลิสา Nursing Home (สาขาเมืองเชียงใหม่)

สนใจสอบถามเพิ่มเติม
📞 053-855008 , 088-2591895
💬 Line : https://lin.ee/cJwaF2g
(@baanlalisacm)

🚩 แผนที่ : https://goo.gl/maps/6GXQPqhvgZ1aMWLS7

#บ้านลลิสา#บ้านลลิสาเชียงใหม่#NursingHomeเชียงใหม่ #ดูแลผู้สูงอายุ#ChiangMaiNursingHome#กิจกรรมผู้สูงอายุ#ดูแลผู้ป่วยครบวงจร#อบอุ่นหัวใจ#ใส่ใจผู้สูงวัย#ความสุขของผู้สูงอายุ#กิจกรรมบำบัดใจ#ดูแลผู้สูงอายุ#อบอุ่นเหมือนบ้าน#บ้านลลิสาเชียงใหม่ #บ้านลลิสาNursingHome#ดูแลด้วยใจ#กิจกรรมผู้สูงอายุ

พลิกชีวิตผู้ป่วย Stroke ด้วยการฟื้นฟู

ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke มักประสบกับภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ซึ่งส่งผลต่อการเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อ สมดุลร่างกาย และคุณภาพชีวิตโดยรวม การฟื้นฟูสมรรถภาพที่ถูกต้องและเหมาะสมจึงเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูชีวิตของผู้ป่วยให้กลับมามีความสุข และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากที่สุด ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวทางการฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke โดยเฉพาะที่ “บ้านลลิสา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชียงใหม่” ที่เน้นการฟื้นฟูอย่างเข้าใจ เข้าถึง และเห็นผลจริง

1. เข้าใจโรค Stroke ก่อนเริ่มฟื้นฟู

1.1 Stroke คืออะไร?

Stroke หรือ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยง เนื่องจากเส้นเลือดตีบ อุดตัน หรือแตก ส่งผลให้สมองบางส่วนขาดออกซิเจน และตายไปในเวลาอันสั้น ผู้ป่วยจึงมีอาการแขนขาอ่อนแรง ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือหมดสติในบางราย

1.2 ประเภทของ Stroke

  • เส้นเลือดสมองตีบ (Ischemic Stroke)
  • เส้นเลือดสมองแตก (Hemorrhagic Stroke)
  • เส้นเลือดสมองอุดตันจากลิ่มเลือด (Transient Ischemic Attack)

1.3 อาการที่พบบ่อย

  • แขนหรือขาอ่อนแรงด้านใดด้านหนึ่ง
  • พูดไม่ชัด สับสน หรือเข้าใจยาก
  • มองเห็นไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน
  • ปวดศีรษะรุนแรงแบบเฉียบพลัน

2. การฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke สำคัญอย่างไร?

2.1 ช่วงเวลาทองของการฟื้นฟู

3-6 เดือนแรกหลังเกิด Stroke คือช่วงเวลาทองในการฟื้นฟูสมรรถภาพ หากได้รับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องและถูกต้อง จะช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นคืนความสามารถในการเคลื่อนไหว และใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

2.2 เป้าหมายของการฟื้นฟู

  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  • กระตุ้นระบบประสาท
  • ฝึกการทรงตัวและการเคลื่อนไหว
  • ฟื้นฟูการพูดและการสื่อสาร
  • ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน

3. ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชียงใหม่กับการฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke

3.1 ความเชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟู

ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบ้านลลิสา เรามีทีมกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด และผู้ดูแลผู้สูงอายุที่ได้รับการอบรมเฉพาะทาง พร้อมดูแลฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke อย่างใกล้ชิดตามแผนรายบุคคล

3.2 การใช้เครื่องมือฟื้นฟูเฉพาะทาง

  • เครื่องปั่นจักรยานมือ-เท้า
  • อุปกรณ์พยุงเดิน
  • เครื่องกระตุ้นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ
  • ลูกบอล ฝึกมือ และเครื่องมือเสริมอื่น ๆ

3.3 กิจกรรมการฟื้นฟูในชีวิตประจำวัน

  • การฝึกเดิน ฝึกทรงตัว
  • การฝึกใช้มือ หยิบจับสิ่งของ
  • การฝึกกล้ามเนื้อโดยรวม
  • การฝึกสื่อสารและความเข้าใจคำสั่ง

3.4 บรรยากาศที่ส่งเสริมการฟื้นฟู

สถานที่ปลอดโปร่ง มีความเป็นส่วนตัวสูง เน้นความปลอดภัย ความสะดวก และอารมณ์ร่วมของผู้สูงอายุ พร้อมทั้งมีครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการฟื้นฟูได้ด้วย

3.5 โปรโมชั่นฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke

จากราคาปกติ 25,000 บาท/เดือน พิเศษเพียง 18,000 บาท/เดือน

3.6 สิ่งที่ผู้ป่วยจะได้รับ:

  • การดูแลตลอด 24 ชม. โดยทีมพยาบาลและผู้ช่วย
  • การฟื้นฟูตามแผนรายบุคคล
  • กายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ
  • อาหารสุขภาพ 3 มื้อ พร้อมของว่าง
  • การฝึกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
  • ห้องพักปลอดภัย สะอาด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก

4. ฟื้นฟู Stroke อย่างไรให้ได้ผล

4.1 ต้องอาศัยเวลาและความสม่ำเสมอ

  • ต้องให้เวลาผู้ป่วยปรับตัว
  • ฝึกเป็นประจำ ไม่หยุดพักนาน
  • ต้องได้รับกำลังใจและแรงสนับสนุนจากคนรอบข้าง

4.2 การติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

  • บันทึกความก้าวหน้า
  • ประเมินสมรรถภาพทุกเดือน
  • ปรับแผนการฟื้นฟูตามความเหมาะสม

5. ทำไมต้องฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชียงใหม่

5.1 จุดเด่นของศูนย์บ้านลลิสา

  • ประสบการณ์ดูแลผู้สูงอายุมากกว่า 10 ปี
  • มีทีมงานเฉพาะทางครบครัน
  • สถานที่ปลอดภัย ใกล้ชิดธรรมชาติ
  • บริการเป็นกันเอง เหมือนดูแลญาติของเราเอง

5.2 รีวิวจากครอบครัวผู้ป่วยจริง

“คุณพ่อป่วย Stroke มาเกือบปี เดินไม่ได้เลย แต่หลังเข้าฟื้นฟูที่นี่ 3 เดือน เริ่มลุกได้เอง ช่วยเหลือตัวเองได้บางส่วน ครอบครัวดีใจมาก ขอบคุณทีมงานจริง ๆ ค่ะ”

การฟื้นฟูผู้ป่วย Stroke ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และความเอาใจใส่ หากทำอย่างถูกวิธี จะสามารถพาผู้ป่วยกลับคืนสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง “บ้านลลิสา ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชียงใหม่” พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของการพลิกชีวิตให้กับผู้ป่วย Stroke ทุกท่าน ด้วยทีมมืออาชีพ และแผนฟื้นฟูที่เห็นผลจริง

อาหารโภชนาการครบถ้วน เพื่อสุขภาพที่ดีของคนที่คุณรัก

ในกระบวนการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น อาหาร คือหัวใจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ฟื้นฟูร่างกาย และส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว โดยเฉพาะในการดูแลผู้สูงอายุ ที่บ้านลลิสา สาขาเชียงใหม่ ซึ่งได้มีการมุ่งเน้นการดูแลแบบองค์รวมและใส่ใจในทุกรายละเอียด ทั้งด้านสุขภาพกาย ใจ และโภชนาการที่ครบถ้วน เราจะพาคุณไปรู้จักแนวทางการจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสำหรับผู้สูงอายุอย่างละเอียด พร้อมเหตุผลว่าทำไมการใส่ใจในอาหารเพราะเป็นสิ่งที่ดีและควรทำจึงสำคัญมาก

  • เมื่ออายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญจะทำงานช้าลง ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง จำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีสารอาหารแน่นแต่ไม่หนัก
  • อาหารที่ดีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และชะลอโรคเรื้อรัง

1.3 การป้องกันภาวะขาดสารอาหาร

  • ผู้สูงอายุมักเบื่ออาหาร ทำให้เสี่ยงต่อภาวะขาดโปรตีน ธาตุเหล็ก แคลเซียม และวิตามินจำเป็น

2.1 การเลือกวัตถุดิบสดใหม่

  • บ้านลลิสาเลือกใช้วัตถุดิบที่สด ใหม่ และสะอาด จากแหล่งที่เชื่อถือได้
  • คัดสรรผักปลอดสารพิษ และเนื้อสัตว์คุณภาพดีทุกวัน

2.2 ปรุงอาหารตามหลักโภชนาการ

  • ทุกเมนูปรุงโดยเชฟที่ผ่านการอบรมด้านอาหารผู้สูงอายุ
  • ควบคุมปริมาณโซเดียม น้ำตาล และไขมันให้อยู่ในระดับเหมาะสม

2.3 เน้นคุณค่าทางอาหารในทุกมื้อ

  • มีสัดส่วนครบถ้วนของหมู่สารอาหารทั้ง 5 หมู่
  • ใช้เทคนิคการทำอาหารที่คงคุณค่าทางโภชนาการ เช่น ต้ม นึ่ง อบ

2.4 ความใส่ใจในกระบวนการเตรียมอาหาร

  • ห้องครัวได้รับมาตรฐานความสะอาด
  • พนักงานครัวผ่านการอบรมเรื่องความปลอดภัยอาหาร

3.1 เมนูอาหารเช้า

  • ข้าวต้มปลากะพง + ไข่ตุ๋น + นมถั่วเหลืองร้อน
  • ข้าวกล้องผัดฟักทอง + ผลไม้สด

3.2 เมนูอาหารกลางวัน

  • แกงเลียงกุ้งสด + ไข่เจียวดอกไม้ + ข้าวกล้อง
  • ปลาทอดสมุนไพร + ซุปผักโขม + ข้าวไรซ์เบอร์รี่

3.3 เมนูอาหารเย็น

  • โจ๊กไก่ใส่ฟักทอง + ต้มจับฉ่าย
  • เต้าหู้ทรงเครื่อง + น้ำผลไม้คั้นสด (ไม่เติมน้ำตาล)

3.4 เมนูของว่างบำรุงสุขภาพ

  • กล้วยน้ำว้าหอม + น้ำขิงอุ่น
  • ขนมปังโฮลวีททาอะโวคาโด + ชาเขียวร้อน

4.1 นักโภชนาการประจำศูนย์ดูแลผู้สูงอายุเชียงใหม่

  • ออกแบบเมนูเฉพาะบุคคลตามโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือภาวะไตเสื่อม
  • ปรับเมนูให้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาการเคี้ยวหรือกลืน

4.2 ความร่วมมือของทีมพยาบาลและครัว

  • ตรวจสอบการตอบสนองของร่างกายผู้สูงอายุหลังมื้ออาหาร
  • ประเมินสุขภาพช่องปากและพฤติกรรมการกินเพื่อปรับแผนโภชนาการ

4.3 การติดตามและประเมินผล

  • น้ำหนักและระดับสารอาหารในร่างกายถูกติดตามทุกเดือน
  • ปรับเมนูให้เหมาะกับการเปลี่ยนแปลงของสุขภาพผู้สูงอายุ

5.1 บริการดูแลโภชนาการเฉพาะบุคคล

  • ทุกคนได้รับแผนอาหารที่ปรับเฉพาะตามอายุ โรค และพฤติกรรม

5.2 สิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

  • ห้องรับประทานอาหารสะอาด ปลอดโปร่ง
  • บริการเสิร์ฟถึงห้องพักในกรณีจำเป็น

5.3 บริการเสริมเพื่อสุขภาพ

  • การให้คำปรึกษาเรื่องอาหารกับครอบครัวผู้ดูแล
  • การจัดอบรมเมนูง่าย ๆ ให้ญาตินำไปดูแลต่อที่บ้าน

อาหารคือหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้กับผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน ที่บ้านลลิสา สาขาเมืองเชียงใหม่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เราใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบ การปรุง การเสิร์ฟ ไปจนถึงการประเมินผลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกมื้ออาหาร คือพลังแห่งการฟื้นฟูที่มีความแข็งแรงในทุก ๆ วัน

การดูแลอย่างใกล้ชิด ฟื้นฟูครบวงจร ทางเลือกที่ดีที่สุดในการดูแลผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ

เมื่อผู้สูงวัยในครอบครัวเริ่มต้องการความช่วยเหลือมากขึ้น การเลือกวิธี ดูแลผู้สูงอายุ อย่างถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ ปัจจุบันมีหลายทางเลือก เช่น ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ, เนอร์สซิ่งโฮม หรือการ ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน แต่สิ่งสำคัญคือการดูแลแบบ “ใกล้ชิดและครบวงจร” ที่ไม่เพียงดูแลร่างกาย แต่ครอบคลุมถึงจิตใจ สังคม และการฟื้นฟูสมรรถภาพ บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวทางดูแลที่ดีที่สุดสำหรับคนที่คุณรัก

1. ทำไมการดูแลผู้สูงอายุต้อง “ใกล้ชิดและครบวงจร”

– เนื่องจากทางครอบครัวอาจไม่มีเวลามากพอ

2. องค์ประกอบของการดูแลผู้สูงอายุแบบฟื้นฟูครบวงจรดูแลด้านร่างกายด้วยกิจกรรมและโภชนาการ

2.1 ดูแลจิตใจและส่งเสริมเหมือนเข้าสังคม

การดูแลจิตใจมีส่วนช่วยลดภาวะซึมเศร้าและความเครียดในผู้สูงอายุได้อย่างมีนัยสำคัญ

2.2 ฟื้นฟูรายบุคคลด้วยแผนเฉพาะ

3. ทางเลือกยอดนิยมในการดูแลผู้สูงอายุ

3.1 การดูแลที่บ้าน: เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเวลา

3.2 ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร

4. ประโยชน์ของการดูแลแบบใกล้ชิดและครบวงจร

4.1 ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคเรื้อรัง

4.2 เพิ่มคุณภาพชีวิตและความสุขในแต่ละวัน

5. คำแนะนำในการเลือกบริการดูแลผู้สูงอายุ

การเลือกวิธี ดูแลผู้สูงอายุ ที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนที่คุณรัก การดูแลแบบใกล้ชิดและฟื้นฟูครบวงจร ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือในศูนย์ดูแลเฉพาะทาง ล้วนมีบทบาทสำคัญในการเสริมสุขภาพทั้งกายและใจ หากคุณกำลังมองหาบริการที่เหมาะสม ลองเริ่มต้นจากการศึกษาตัวเลือกให้ครอบคลุม และตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพื่อให้ช่วงบั้นปลายชีวิตของคนที่คุณรัก เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความสุขอย่างแท้จริง

การดูแล สำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุบ้านลลิสา มอบความอุ่นใจในทุกขั้นตอนของการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง พร้อมทีมแพทย์ พยาบาล นักกายภาพ และกิจกรรมบำบัดอย่างครบวงจร

วิธีป้องกันโรคสมองเสื่อม (Dementia) และอัลไซเมอร์ในผู้สูงอายุ

เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ความเสื่อมของร่างกายและสมองก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะโรค “สมองเสื่อม” และ “อัลไซเมอร์” ที่พบมากในผู้สูงอายุ เป็นโรคที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างรุนแรงทั้งต่อผู้ป่วยและผู้ดูแล การเข้าใจโรค และการป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม


1.1 โรคสมองเสื่อม (Dementia) คืออะไร?

โรคสมองเสื่อม คือภาวะที่ความสามารถในการคิด ความจำ การตัดสินใจ และการใช้เหตุผลลดลง ซึ่งกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้ป่วย โดยทั่วไปไม่ได้เป็นโรคเฉพาะโรคใดโรคหนึ่ง แต่อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น พาร์กินสัน เส้นเลือดในสมองตีบ ฯลฯ

1.2 โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease) คืออะไร?

อัลไซเมอร์เป็นชนิดหนึ่งของโรคสมองเสื่อมที่พบได้มากที่สุด เป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของโปรตีนผิดปกติในสมอง ทำให้เซลล์สมองเสื่อมลงอย่างช้าๆ จนนำไปสู่การสูญเสียความจำ และการควบคุมตนเอง

2.1 ความจำระยะสั้นลดลง

ลืมสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้เกิดการถามคำถามซ้ำ ๆ หรือจำชื่อบุคคลหรือสถานที่ที่คุ้นเคยไม่ได้

2.2 มีปัญหาในการสื่อสาร

หาคำพูดไม่เจอ พูดซ้ำๆ หรือจัดลำดับคำผิด ทำให้มีปัญหาด้านการพูดการสื่อสาร

2.3 สูญเสียความสามารถในการวางแผนหรือแก้ปัญหา

ไม่สามารถจัดการงานง่าย ๆ เช่น จ่ายบิล ทำอาหาร หรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าง่าย ๆ ผิดพลาดเกิดการเสียหายได้

2.4 เปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และบุคลิกภาพ

อาจกลายเป็นคนหวาดระแวง ซึมเศร้า หรือขี้โมโหโดยไม่มีเหตุผล เป็นการหาเหตุผลที่เป็นอยู่ไม่เจอ

3.1 อายุ

ความเสี่ยงเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์จะเพิ่มขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 65 ปี

3.2 พันธุกรรม

หากมีประวัติครอบครัวเป็นโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ จะมีโอกาสในการเกิดโรคนี้สูงขึ้น

3.3 โรคเรื้อรัง

โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจล้วนเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์

3.4 พฤติกรรมการใช้ชีวิต

การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ขาดการออกกำลังกาย และนอนหลับไม่เพียงพอ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ

4.1 กระตุ้นสมองอย่างสม่ำเสมอ

ทำกิจกรรมที่ใช้ความคิด เช่น อ่านหนังสือ เล่นหมากรุก ต่อจิ๊กซอว์ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง

4.2 รักษาสุขภาพร่างกาย

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 30 นาที เช่น เดิน ว่ายน้ำ หรือรำไทเก๊ก เป็นให้บ่อยอย่างเป็นประจำมากขึ้น

4.3 รับประทานอาหารสมดุล

กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืช และปลาทะเล เพื่อให้สารอาหารที่รับประทานเข้าไปบำรุงสมอง ให้มากขึ้น

4.4 นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนหลับอย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวันช่วยให้สมองฟื้นฟูและลดการเสื่อม

4.5 หลีกเลี่ยงความเครียด

ฝึกสมาธิ ทำโยคะ หรือฟังเพลงเพื่อผ่อนคลายจิตใจ จะช่วยลดความเครียดสะสมมากขึ้น

4.6 เข้าสังคมและมีกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น

การพบปะพูดคุยกับผู้อื่นช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าและส่งผลดีต่อการใช้สมองที่ดีขึ้น

4.7 ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ

การตรวจสุขภาพอย่างเป็นประจำจะช่วยคัดกรองความเสี่ยง และสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้

5.1 การจัดกิจกรรมกระตุ้นสมอง

ศูนย์ดูแลจะมีโปรแกรมกิจกรรมที่ออกแบบมาโดยเฉพาะให้เหมาะแก่ผู้สูงอายุทุกท่าน เช่น เกมความจำ ดนตรีบำบัด หรือกิจกรรมศิลปะ

5.2 การดูแลโภชนาการ

มีเจ้าหน้าที่กำหนดด้านอาหารและคอยดูแลเรื่องอาหารให้ครบถ้วนให้เหมาะกับผู้สูงอายุทุกท่าน

5.3 การส่งเสริมการออกกำลังกาย

มีเจ้าหน้าที่คอยฝึกหรือเจ้าหน้าที่ดูแลการเคลื่อนไหวเบื้องต้น เพื่อส่งเสริมสมรรถภาพทางกายแต่ผู้สูงอายุทุกท่าน

5.4 การดูแลสุขภาพจิต

ผู้สูงอายุจะได้รับการพูดคุย ปรึกษา และส่งเสริมสุขภาพจิตกับเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่องและเป็นประจำ

5.5 การเฝ้าระวังและคัดกรองภาวะสมองเสื่อม

พยาบาลจะติดตามอาการและสังเกตความผิดปกติทางพฤติกรรมของผู้สูงอายุทุกท่านอย่างใกล้ชิด

บ้านลลิสา Nursing Home – ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่คุณวางใจได้

บ้านลลิสา Nursing Home คือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดเชียงใหม่ ที่มีทีมงานมืออาชีพดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสมอง พร้อมด้วยกิจกรรมหลากหลายที่ช่วยชะลอการเกิดโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์

โรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์สามารถป้องกันได้หากมีการดูแลอย่างเหมาะสม ตั้งแต่การใช้ชีวิตประจำวัน การเลือกอาหาร การออกกำลังกาย จนถึงการได้รับการดูแลจากศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีมาตรฐาน บทความนี้หวังว่าจะช่วยให้คุณเข้าใจและพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของผู้สูงวัยได้ดียิ่งขึ้น


#ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ #บ้านลลิสาเชียงใหม่ #โรคสมองเสื่อม #อัลไซเมอร์ #ผู้สูงอายุสุขภาพดี

บ้านลลิสา Nursing Home – พื้นที่แห่งความห่วงใยที่คุณวางใจได้

ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่คุณวางใจได้ บ้านลลิสา Nursing Home

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ร่างกายและจิตใจต้องการการดูแลอย่างละเอียดและอบอุ่น “บ้านลลิสา Nursing Home” จึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นคำตอบสำหรับครอบครัวที่มองหาศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย และพร้อมดูแลเหมือนคนในครอบครัว


1. ทำไมต้องเลือกบ้านลลิสา Nursing Home?

1.1 ดูแลโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์และนักบริบาลมืออาชีพ

เราเข้าใจถึงความต้องการเฉพาะของผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น บ้านลลิสาจึงจัดให้มีทีมพยาบาล นักกายภาพ และผู้ดูแลที่มีประสบการณ์สูง พร้อมให้บริการอย่างอบอุ่นและปลอดภัย

1.2 ดูแลตลอด 24 ชั่วโมงอย่างใกล้ชิด

ที่บ้านลลิสา เราเน้นการดูแลรายบุคคล ด้วยการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนและตอบสนองต่อความต้องการทันที

1.3 กิจกรรมกายภาพบำบัดส่งเสริมสุขภาพ

ผู้สูงอายุที่เข้าพักจะได้รับกิจกรรมกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง โดยนักกายภาพมืออาชีพ ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย เพิ่มความคล่องตัว ลดอาการเจ็บปวด และป้องกันโรคเรื้อรัง

1.4 โภชนาการครบถ้วน ถูกสุขลักษณะ

อาหารที่บ้านลลิสาเน้นโภชนาการครบ 5 หมู่ ปรุงใหม่ สะอาด พร้อมเมนูเฉพาะผู้ป่วยและผู้สูงอายุโดยนักโภชนาการ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในทุกมื้อ

1.5 ห้องพักมาตรฐาน ปลอดโปร่ง น่าอยู่

ห้องพักที่บ้านลลิสาได้รับการออกแบบให้มีอากาศถ่ายเทดี มีแสงธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมเงียบสงบ เป็นส่วนตัว พร้อมเตียงพิเศษและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน


2. บริการที่ครบวงจร เหนือความคาดหมาย

2.1 บริการดูแลผู้ป่วยระยะพักฟื้น

หลังการผ่าตัดหรือการรักษาโรครุนแรง ผู้ป่วยต้องการการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด บ้านลลิสาให้บริการดูแลการพักฟื้นอย่างครบวงจร ด้วยแผนการดูแลเฉพาะบุคคล

2.2 ส่งเสริมสุขภาพจิตและกิจกรรมทางสังคม

นอกจากการดูแลร่างกายแล้ว เราให้ความสำคัญกับสุขภาพจิต กิจกรรมนันทนาการ เช่น ดนตรี ศิลปะ การพูดคุยกลุ่ม สร้างกำลังใจและลดภาวะซึมเศร้าในผู้สูงอายุ

2.3 การสื่อสารและอัปเดตข้อมูลกับครอบครัว

เราเชื่อในการเปิดเผยและโปร่งใส ครอบครัวสามารถติดตามอาการและกิจกรรมของผู้สูงอายุได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมรับคำปรึกษาและรายงานสุขภาพประจำสัปดาห์


3. สภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรและปลอดภัย

3.1 ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด

บ้านลลิสาออกแบบระบบความปลอดภัยโดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ มีระบบป้องกันอุบัติเหตุ กล้องวงจรปิด และเจ้าหน้าที่เวรยามตลอด 24 ชม.

3.2 การออกแบบที่เน้นความสะดวกสำหรับผู้สูงอายุ

ทุกพื้นที่ของบ้านลลิสาออกแบบตามหลัก Universal Design เช่น ทางลาด ห้องน้ำกันลื่น ราวจับเดิน ทุกจุดช่วยให้ผู้สูงอายุเคลื่อนไหวได้อย่างปลอดภัย


4. เสียงจากครอบครัวและผู้เข้าพักจริง

“คุณแม่ของฉันมีความสุขมากหลังมาอยู่บ้านลลิสา พนักงานใจดีและดูแลเหมือนเป็นครอบครัวจริงๆ” – คุณศิริพร

“หลังผ่าตัดหัวเข่า ผมเลือกมาพักฟื้นที่นี่ เพราะมีนักกายภาพมืออาชีพ ฟื้นตัวเร็วเกินคาด” – คุณสมชาย


สรุป: บ้านลลิสา Nursing Home คือคำตอบของการดูแลผู้สูงอายุอย่างแท้จริง

บ้านลลิสาคือศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้นที่พร้อมให้บริการอย่างครบถ้วนโดยทีมแพทย์ พยาบาล และผู้ดูแลมืออาชีพในบรรยากาศอบอุ่น ปลอดภัย และใส่ใจทุกความต้องการของผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกวันของท่านเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคุณภาพชีวิตที่ดี

ลดอุบัติเหตุสำหรับผู้สูงวัย เพิ่มความปลอดภัยในบ้าน

ผู้สูงอายุเป็นวัยที่ต้องการความปลอดภัยและความสะดวกสบายภายในบ้าน การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การหกล้ม การสะดุด หรืออุบัติเหตุจากไฟฟ้า บทความนี้จะนำเสนอ 8 วิธีในการเพิ่มความปลอดภัยภายในบ้านสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อช่วยให้พวกเขาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

1. พื้นบ้านปลอดภัย

  • ใช้พื้นกันลื่น หลีกเลี่ยงพื้นผิวที่อาจลื่นง่าย เช่น กระเบื้องมันเงาหรือพรมขนยาว
  • หากมีพรม ควรใช้เทปกันลื่นติดใต้พรมเพื่อลดโอกาสสะดุดล้ม
  • ควรปรับปรุงพื้นบ้านให้เรียบเสมอกัน ลดการใช้ธรณีประตูที่อาจทำให้สะดุด

2. แสงสว่างเพียงพอ

  • ติดตั้งไฟให้สว่างทั่วบ้าน โดยเฉพาะบริเวณบันได ห้องน้ำ และทางเดิน
  • ใช้ไฟกลางคืนหรือไฟเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวในพื้นที่สำคัญ เช่น ทางเดินไปห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้แสงไฟที่สลัวเกินไปซึ่งอาจทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน

3. ติดตั้งราวจับในห้องน้ำ

  • ห้องน้ำเป็นจุดที่เสี่ยงต่อการลื่นล้ม ควรติดตั้งราวจับบริเวณโถสุขภัณฑ์และบริเวณอาบน้ำ
  • ใช้พื้นห้องน้ำที่มีคุณสมบัติกันลื่น และควรมีพรมกันลื่นที่สามารถระบายน้ำได้ดี
  • หากเป็นไปได้ ควรใช้เก้าอี้นั่งอาบน้ำเพื่อลดความเสี่ยงในการลื่นล้ม

4. ปรับเฟอร์นิเจอร์ให้เหมาะสม

  • ใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มั่นคง ไม่ลื่นไถล และควรมีขอบโค้งมนเพื่อลดความเสี่ยงจากการกระแทก
  • ควรมีเก้าอี้นั่งที่มีพนักพิงสูงและที่วางแขน เพื่อให้ลุกนั่งสะดวกขึ้น
  • หลีกเลี่ยงการใช้โต๊ะกระจกหรือเฟอร์นิเจอร์ที่แตกหักง่าย

5. จัดบ้านให้เป็นระเบียบ

  • เก็บสิ่งของให้เรียบร้อย ไม่วางของเกะกะบนพื้นหรือทางเดิน
  • ใช้ชั้นวางของที่หยิบจับง่าย ไม่สูงเกินไป เพื่อป้องกันการเอื้อมหยิบของแล้วเสียหลักล้ม
  • หากมีสายไฟควรเก็บให้เป็นระเบียบ หลีกเลี่ยงการวางพาดทางเดิน

6. บันไดปลอดภัย

  • ติดราวจับสองข้างของบันไดเพื่อช่วยพยุงตัว
  • ใช้แผ่นกันลื่นติดบนขั้นบันไดเพื่อลดโอกาสลื่นล้ม
  • ควรติดตั้งไฟส่องสว่างบริเวณบันไดให้ชัดเจน โดยเฉพาะเวลากลางคืน

7. ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า

  • ตรวจสอบสายไฟและปลั๊กไฟอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าสายไฟเก่า ควรเปลี่ยนทันที
  • หลีกเลี่ยงการเสียบปลั๊กไฟหลายอุปกรณ์ในเต้ารับเดียวกันเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร
  • ควรใช้เต้ารับที่มีสวิตช์ปิด-เปิดเพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว

8. เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน

  • มีโทรศัพท์หรือกริ่งฉุกเฉินในห้องนอน ห้องน้ำ และบริเวณที่ผู้สูงอายุใช้บ่อย
  • ควรมีรายชื่อเบอร์ติดต่อฉุกเฉินติดไว้ในจุดที่มองเห็นง่าย
  • หากเป็นไปได้ ควรใช้สายรัดข้อมือหรืออุปกรณ์เตือนภัยฉุกเฉินที่สามารถกดเรียกความช่วยเหลือได้

การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยลดอุบัติเหตุและทำให้พวกเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการปรับเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ เช่น การใช้พื้นกันลื่น การติดตั้งราวจับ หรือการจัดบ้านให้เป็นระเบียบ สามารถช่วยให้บ้านกลายเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้น ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า และเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉินให้พร้อมอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สูงวัยจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

หากคุณมีความกังวลใจในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุ

ให้บ้าน #บ้านลลิสา ช่วยดูแล เราพร้อมมอบความมั่นใจ

ในการบริการ ดูแลด้วยความอบอุ่น ด้วยมาตรฐานระดับสูง

และบุคลากรที่เป็นมืออาชีพ ?‍⚕️?

===== ===== ===== =====

สนใจติดต่อ/สอบถามรายละเอียด

• โทร. 053-855008 , 088-2591895

• Line : https://lin.ee/cJwaF2g หรือ @baanlalisacm (มี @)

กิจกรรมสร้างความสุขให้กับผู้สูงอายุ

ความสำคัญของกิจกรรมสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ

1. ทำไมผู้สูงอายุจึงต้องมีกิจกรรมสร้างความสุข

2. ผลกระทบของการขาดกิจกรรมต่อสุขภาพจิตของผู้สูงอายุ


กิจกรรมสร้างความสุขที่แนะนำสำหรับผู้สูงอายุ

1. การออกกำลังกายเบาๆ

การออกกำลังกายช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกายและลดความเครียด เช่น:

  • การเดินเล่นในสวนสาธารณะ
  • การทำโยคะสำหรับผู้สูงอายุ
  • การบริหารร่างกายด้วยดนตรี

2. กิจกรรมกายภาพบำบัด

เหมาะสำหรับผู้สูงอายุที่มีปัญหาด้านการเคลื่อนไหว โดยเน้นการฝึกฟื้นฟูร่างกายและเสริมสร้างความแข็งแรง

กิจกรรมเชิงสังคมเพื่อความสัมพันธ์ที่ดี

1. การทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว

การมีกิจกรรมร่วมกับลูกหลาน เช่น ทำอาหาร เล่นเกม หรือพูดคุย จะช่วยเสริมสร้างสายใยความสัมพันธ์และลดความรู้สึกโดดเดี่ยว

2. การเข้าร่วมชมรมหรือกลุ่มกิจกรรม

ผู้สูงอายุสามารถเข้าร่วมกลุ่มทำงานฝีมือ ร้องเพลง หรือกิจกรรมทางศาสนา เพื่อพบปะผู้คนและแลกเปลี่ยนประสบการณ์

กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อพัฒนาทักษะและความเพลิดเพลิน

1. ศิลปะบำบัด

การวาดภาพ งานประดิษฐ์ หรือดนตรีบำบัด ช่วยกระตุ้นสมองและลดความเครียด

2. การอ่านหนังสือและเขียนไดอารี่

ช่วยพัฒนาความจำและส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์


บทบาทของบ้านลลิสา สาขาเชียงใหม่ในการสร้างความสุขให้ผู้สูงอายุ

1. การดูแลแบบองค์รวมที่เน้นสุขภาพและความสุข

บ้านลลิสาสาขาเชียงใหม่มุ่งเน้นการดูแลผู้สูงอายุแบบองค์รวม ครอบคลุมทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม โดยมีเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

2. กิจกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อผู้สูงอายุ

บ้านลลิสามีกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างความสุขและสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายกลุ่ม การบำบัดด้วยศิลปะ และกิจกรรมเชิงสันทนาการที่ช่วยให้ผู้สูงอายุมีความสุขในทุกๆ วัน

3. ข้อดีของกิจกรรมสร้างความสุข และประโยชน์ที่ได้รับ

การทำกิจกรรมสร้างความสุขไม่ได้เป็นเพียงแค่ความสนุกสนานในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีผลดีต่อสุขภาพกายและใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ต้องการความอบอุ่นและการมีส่วนร่วมในสังคม

? ข้อดีของกิจกรรมสร้างความสุข

ช่วยลดความเครียดและความวิตกกังวล – กิจกรรมที่สนุกสนานช่วยกระตุ้นสารแห่งความสุข (Endorphins) ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกผ่อนคลายและลดภาวะซึมเศร้าได้
เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม – การทำกิจกรรมร่วมกันช่วยให้ผู้สูงอายุได้พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้อื่น ลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
ส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ – กิจกรรมบางประเภท เช่น การทำอาหาร วาดภาพ ร้องเพลง หรือออกกำลังกายเบาๆ มีส่วนช่วยให้สุขภาพแข็งแรงขึ้น
กระตุ้นสมองและความจำ – การทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด เช่น เกมฝึกสมอง หรือกิจกรรมศิลปะ ช่วยชะลอภาวะสมองเสื่อมและกระตุ้นการทำงานของสมอง
เพิ่มคุณค่าทางจิตใจและความภาคภูมิใจในตัวเอง – การทำกิจกรรมที่มีเป้าหมาย เช่น การทำขนมหรือการประดิษฐ์ของใช้ ทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังสามารถทำสิ่งที่มีประโยชน์ได้

? ประโยชน์ที่ได้รับจากกิจกรรมสร้างความสุข

? สุขภาพดีขึ้นทั้งกายและใจ – การทำกิจกรรมเป็นประจำช่วยให้สุขภาพแข็งแรง มีพลังงานมากขึ้น และลดความเสี่ยงของโรคต่างๆ
? มีพลังบวกและความสุขในชีวิต – ช่วยสร้างมุมมองที่ดีต่อชีวิต ทำให้รู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเฉงมากขึ้น
? ช่วยให้มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น – ผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมสม่ำเสมอมักมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับครอบครัวและเพื่อนรอบตัว
? ลดภาวะซึมเศร้าและความเหงา – การทำกิจกรรมอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยวและทำให้มีชีวิตชีวาขึ้น

? เพราะความสุขคือยาวิเศษของชีวิต
การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้ทำกิจกรรมที่สร้างความสุขเป็นการช่วยให้พวกเขามีชีวิตที่สดใสและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ??

เจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุมีบทบาทอะไรบ้าง?

การดูแลผู้สูงอายุอย่างครบวงจรต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจในด้านต่างๆ เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลที่เหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุมีบทบาทและหน้าที่หลักดังนี้

1. พยาบาลวิชาชีพ (Registered Nurse – RN)

✅ ดูแลสุขภาพทั่วไปของผู้สูงอายุ เช่น ตรวจวัดสัญญาณชีพ ให้ยา และดูแลบาดแผล
✅ ประเมินสุขภาพและติดตามอาการของผู้สูงอายุ รวมถึงให้คำแนะนำด้านสุขภาพ
✅ ให้คำปรึกษาด้านโภชนาการ และการป้องกันโรคในผู้สูงอายุ

2. ผู้ช่วยพยาบาล (Nurse Assistant)

✅ ช่วยเหลือพยาบาลในการดูแลสุขภาพพื้นฐาน เช่น เปลี่ยนผ้าอ้อม เช็ดตัว และช่วยพยุงการเคลื่อนไหว
✅ ดูแลเรื่องโภชนาการ เช่น ป้อนอาหารและน้ำให้ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย
✅ ช่วยดูแลเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล เช่น อาบน้ำ ตัดเล็บ และทำความสะอาดร่างกาย

3. นักกายภาพบำบัด (Physical Therapist – PT)

✅ ออกแบบและดำเนินการทำกายภาพบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย
✅ ช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น ลดอาการปวดกล้ามเนื้อ และเพิ่มความแข็งแรง
✅ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับอุปกรณ์ช่วยเดิน เช่น ไม้เท้า หรือรถเข็น

4. นักกิจกรรมบำบัด (Occupational Therapist – OT)

✅ ออกแบบกิจกรรมเพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น
✅ ช่วยฝึกทักษะด้านร่างกาย สมอง และอารมณ์ เช่น การออกกำลังกายเบาๆ ศิลปะบำบัด หรือดนตรีบำบัด
✅ ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุสามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น

5. นักโภชนาการ (Dietitian/Nutritionist)

✅ ออกแบบเมนูอาหารให้เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพของผู้สูงอายุ
✅ ควบคุมปริมาณสารอาหารที่จำเป็น และช่วยปรับอาหารให้เหมาะสมกับโรคประจำตัว
✅ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการสำหรับครอบครัวและผู้ดูแล

6. นักจิตวิทยาหรือที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิต (Psychologist/Counselor)

✅ ให้คำปรึกษาด้านจิตใจและอารมณ์แก่ผู้สูงอายุเพื่อลดภาวะซึมเศร้าและความเครียด
✅ ส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุข
✅ ช่วยดูแลด้านอารมณ์ของผู้สูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมหรือภาวะซึมเศร้า

7. ผู้ดูแลผู้สูงอายุ (Caregiver/Personal Care Assistant)

✅ ดูแลผู้สูงอายุแบบใกล้ชิด ทั้งการช่วยเหลือกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ แต่งตัว และรับประทานอาหาร
✅ ดูแลความเป็นอยู่ทั่วไป เช่น จัดห้องพักให้สะอาด สบาย และปลอดภัย
✅ พาผู้สูงอายุทำกิจกรรม เช่น ออกกำลังกาย พูดคุย หรือพาออกไปเดินเล่น


การดูแลผู้สูงอายุเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแต่ละประเภทมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือทั้งด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการใช้ชีวิตประจำวัน

? “เพราะการดูแลที่ดี คือกุญแจสู่ความสุขของผู้สูงอายุ”
หากกำลังมองหาสถานที่ที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร บ้านลลิสาสาขาเชียงใหม่ พร้อมให้การดูแลอย่างใส่ใจและอบอุ่น ?????‍?


สรุปและข้อแนะนำสำหรับครอบครัว

กิจกรรมสร้างความสุขสำหรับผู้สูงอายุมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพกายและจิตใจ การเลือกกิจกรรมที่เหมาะสมจะช่วยให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีคุณค่าและมีความสุขมากขึ้น หากคุณกำลังมองหาสถานที่ดูแลผู้สูงอายุที่ให้บริการแบบครบวงจร บ้านลลิสาสาขาเชียงใหม่ เป็นทางเลือกที่เหมาะสม ที่นี่ให้การดูแลผู้สูงอายุอย่างใส่ใจ พร้อมกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ข้อแนะนำ:

  • สนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมกิจกรรมที่เหมาะสมกับสุขภาพและความสนใจ
  • เลือกสถานที่ที่มีบริการดูแลอย่างมืออาชีพและมีกิจกรรมที่หลากหลาย
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

? เพราะความสุขของผู้สูงอายุ คือความสุขของทุกคนในครอบครัว ?

#บ้านลลิสา เราพร้อมมอบความมั่นใจในการบริการ

ดูแลด้วยความอบอุ่น ด้วยมาตรฐานระดับสูง

และบุคคลากรที่เป็นมืออาชีพ ?‍⚕️?

สนใจติดต่อ/สอบถามรายละเอียด

• โทร. 053-855008 , 088-2591895

• Line : https://lin.ee/cJwaF2g

หรือ @baanlalisacm (มี @)

? เเผนที่ : https://goo.gl/maps/6GXQPqhvgZ1aMWLS7